0

อาหารเสริมที่ผู้ป่วย G6PD ควรเลี่ยง

อาหารเสริมที่ผู้ป่วย G6PD ควรเลี่ยง


2021-10-28 21:18:53



มีการคาดการณ์ว่าประชากรโลกกว่า 400 ล้านคน มีโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ชื่อว่า G6PD Deficiency หรือโรคพร่องเอนไซม์ G6PD (Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase) โดยเอนไซม์ G6PD มีหน้าที่ในกระบวนการสร้างสารกลูต้าไธโอน (Glutathione) ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันเม็ดเลือดแดงจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ (Oxidants) เมื่อขาดหรือมีเอ็นไซม์นี้ไม่เพียงพอจะทำให้เม็ดเลือดแดงไม่แข็งแรงและแตกง่าย (hemolysis) วันนี้ Dii Supplements จะพาทุกท่านไปรู้จักกับภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ให้มากขึ้น รวมถึงรายการสารสกัดและวิตามินที่ผู้มีภาวะ G6PD Deficiency ควรหลีกเลี่ยงค่ะ



G6PD พบได้บ่อยแค่ไหน?

ในปี 2019 สถานบันผู้ช่วยแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Physician Assistants) รายงานว่าพบได้มากในทวีปแอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และเมดิเตอเรเนียน โดยมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เรียกการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนี้ว่า X-linked recessive สำหรับในประเทศไทยมีประชากรที่ป่วยโดยโรคนี้สูงถึง 17%[1] 



อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคพร่องเอนไซม์ G6PD

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการของโรค แต่จะมีอาการเมื่อถูกกระตุ้นจากการรับประทานอาหารหรือยาบางชนิด เช่น ถั่วปากอ้า ถั่วเหลือง พืชตระกูลถั่ว บลูเบอร์รี ไวน์แดง[4, 5] สารเคมี เช่น สีย้อมอนีลีน (Aniline Dyes) เฮนนา (Henna)[2] รวมถึงการติดเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไข้เลือดออก มาลาเลีย เป็นต้น[1] ซึ่งหากได้รับสิ่งกระตุ้นดังกล่าวจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตก โดยมีอาการที่แตกต่างกันในแต่ละราย ตามปริมาณของสิ่งกระตุ้นที่ได้รับและความรุนแรงที่ร่างกายตอบสนอง เช่น ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายน้ำโคล่าหรือน้ำปลา ตับหรือม้ามโต ปวดหัวบ่อยๆ



G6PD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

       จากงานวิจัยในปี 2016 พบว่าผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของ เฮนนา ถั่วปากอ้า (fava beans. broad beans, or horse bean) ถั่วเหลือง พืชตระกูลถั่ว รวมถึงถั่วลิสง บลูเบอร์รี ไวน์แดง รวมถึงสารประเภทซัลไฟลต์ (Sulfite)[3, 5] และสีปรุงแต่ง เช่น สีผสมอาหาร สำหรับสำนักคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทยแนะนำให้ควรหลีกเลี่ยงคือ วิตามินบางชนิดในขนาดสูง เช่น วิตามินซี วิตามินเค (Menadione, Phytomenadione)[5]



นอกจากนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของตำแยแมว (Acalypha indica) และอึ่งโน้ยหรือหวงเหลียง (Coptis chinensis)[3] เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น


       แม้จะยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ แต่มีรายงานว่าผู้ป่วยบางคนพบอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการแตะทำลายของเม็ดเลือดแดง (hemolytic anemia)  หลังจากรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบ ดังต่อไปนี้ วิตามินอี ใบแปะก๊วย (Gingko biloba) อัลฟ่า ไลโปอิค แอซิด (α‐lipoic acid) ธาตุเหล็ก (Iron) โดยปริมาณที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นั้นเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูง ซึ่งปริมาณที่สำนักคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้รับประทานต่อวันไว้ต่ำกว่าปริมาณที่ถูกรายงาน ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อความปลอดภัยค่ะ


“Dii Supplements ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี ผิวสดใสในทุกวันนะคะ”






References

1. Harcke SJ, Rizzolo D, Harcke HT. G6PD deficiency: An update. JAAPA. 2019;32(11):21-26. doi:10.1097/01.JAA.0000586304.65429.a7.

2. Lee SW, Chaiyakunapruk N, Lai NM. What G6PD-deficient individuals should really avoid. Br J Clin Pharmacol. 2017;83(1):211-212.

3. Lee SW, Lai NM, Chaiyakunapruk N, Chong DW. Adverse effects of herbal or dietary supplements in G6PD deficiency: a systematic review. Br J Clin Pharmacol. 2017;83(1):172-179.

4. รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์. โรคจีซิกพีดี...ยาและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง. หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. เข้าถึงได้จาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/490/โรคจีซิกพีดียาและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง/ ค้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564.

5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD. เข้าถึงได้จาก: https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_printing/1624 ค้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564.