0

เผยข้อสงสัย ฝ้า คืออะไร? ดูแลแก้ไขยังไงดี?

เผยข้อสงสัย ฝ้า คืออะไร? ดูแลแก้ไขยังไงดี?


2021-01-14 12:46:16

 ปัญหาฝ้า หรือรอยดำฝังลึกบนใบหน้า เป็นปัญหาที่มักเข้ามากวนใจใครหลายๆคน วันนี้ Dii Supplements จะพาทุกท่านไปหาคำตอบกันว่า แท้จริงแล้ว ฝ้านั้นคืออะไร และดูแลรักษายังไงกันค่ะ 


  ฝ้า คือรอยเข้มดำฝังลึกที่ฝังอยู่บนผิวหนัง ซึ่งเป็นลักษณะของผิวที่เกิดความผิดปกติของเม็ดสีเมลานินที่มีจำนวนมาก จนทำให้ผิวมีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลดำ ฝ้ามักเกิดขึ้นบนผิวหน้า เนื่องจากเป็นบริเวณที่แสงแดดเข้ามาสัมผัสได้โดยตรง


สาเหตุของการเกิดฝ้ามีหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่

  1. การถูกทำร้ายจากแสงแดด : เมื่อแสงแดดเข้ามาสัมผัสที่ผิวหรือใบหน้าจะกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ไทโรซีเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการสร้างเม็ดสีเข้มหรือเมลานิน
  2. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ หรือการทานยาคุมกำเนิด (Contraceptive ) เนื่องจากในภาวการณ์ตั้งครรภ์หรือการทานยาคุมกำเนิด ร่างกายจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนนี้เองทำให้ผิว sensitive ต่อ รังสี UV ก่อให้เกิดการสร้างเมลานินได้ง่ายกว่าปกติ จึงสังเกตได้ว่าผู้ที่ทานยาคุมเป็นฝ้าง่ายกว่าปกติ
  3. การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยากันชัก (Antiepileptics) ซึ่งพบว่าในขั้นตอนวิจัยตัวยา พบผลข้างเคียงว่าก่อให้เกิดเกิดฝ้าขึ้นได้
  4. การใช้เครื่องสำอางที่มีความเข้มข้น หรือมีสเตียรอยด์ที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีเมลานินมากขึ้น
  5. ความเครียด : ในภาวะเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน MSH หรือ Melanocyte-Stimulating Hormone ออกมามากขึ้น ซึ่งทำให้เมลานินสร้างมากขึ้นกว่าปกติ จึงเป็นที่มาของคำที่เราคุ้นหูกันว่า “หน้าดำคร่ำเครียด”
  6. พันธุกรรม : โดยพบว่ากลุ่มชาวเอเชียมีแนวโน้มจะเป็นฝ้าง่ายกว่าชนชาติอื่นๆ


ชนิดของฝ้าแบ่งได้ง่ายๆจากระดับความลึกของเม็ดสีบนผิวหนัง
1. ฝ้าตื้น : เป็นฝ้าจากเม็ดสีบนหนังกำพร้า หรือชั้นนอกของผิวหนัง
2. ฝ้าลึก : เป็นฝ้าที่อยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้
3. ฝ้าผสม : เป็นฝ้าที่เกิดทั้งบริเวณหนังแท้และหนักกำพร้าผสมกัน
 4. ฝ้าที่แยกชนิดไม่ชัดเจน : ฝ้าที่มักเกิดในผู้ที่มีผิวคล้ำมากจนไม่สามารถแยกชนิดได้ แม้ใช้แสงสีม่วงส่องก็ยังคงมีความคลุมเคลืออยู่


 

วิธีการดูแลและบรรเทาเมื่อเกิดฝ้า
เพราะฝ้านั้น ไม่เหมือนกับรอยสิวหรือรอยแผลทั่วไป จึงไม่สามารถหายไปได้เองหากไม่ทำการดูแลรักษาให้ดี โดยปัจจุบันมีวิธีการบรรเทาอาการฝ้าในรูปแบบต่างๆคือ

 1. การทำ Laser ซึ่งเป็นการทำลายเม็ดสีเมลานินโดยการใช้แสงเลเซอร์ วิธีนี้ได้ผลมากที่สุดและสะดวกรวดเร็ว ได้ผล และเป็นที่นิยมมากที่สุด โดยการทำเลเซอร์นั้นต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


2. การลอกหน้าด้วยกรด Trichloroacetic acid (TCA) หรือ Alphahydroxy acid (AHA) แต่สารเหล่านี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังมีความเข้มข้นสูง ดังนั้นผู้ใช้บางรายอาจมีอาการแพ้ หน้าแสบลอกได้


3. การใช้ยาหรือฉีดยากำจัดเม็ดสีโดยตรง เช่น Tranexamic  acid ซึ่งเป็นสารที่ไปลดการแข็งตัวของเลือด ทำให้บริเวณที่ได้รับสารมีความขาวมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม Tranexamic  acid มีผลข้างเคียงที่ควรระวังอย่างมาก เพราะมีผลต่อระบบไหลเวียนเลือด อาจก่อให้เกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอหรือเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันได้



จะเห็นได้ว่า การรักษาฝ้าในแต่ละวิธีนั้นหากเลือกไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายเป็นอย่างมากขึ้นได้



การใช้โภชนเภสัช ดูแลรอยดำฝังลึก ห่างไกลผลข้างเคียง


แท้จริงแล้วในปัจจุบัน มีการนำสารสกัดจากธรรมชาติและวิตามินต่างๆเข้าไปทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการลดเม็ดสีผิวเมลานินกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้มีปัญหารอยดำฝังลึกได้มีโอกาสเลือกโภชนาการที่ดีเข้ามาบริโภคเพื่อดูแลตัวเองอย่างไร้กังวลต่อผลข้างเคียง
โดยกลุ่มของสารสกัดธรรมชาติที่ได้รับความนิยมและมีงานวิจัยเป็นที่ยอมรับแล้ว เช่น
 1. French Pine Bark หรือสารสกัด สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส ซึ่งให้สารสำคัญ OPCs : Proanthocyanidin B1 ที่เข้าไปช่วยลดเม็ดสีผิวเข้มที่ฝังลึกเป็นปื้นได้



 2. Wild Chrysanthemum 
หรือดอกเบญจมาศป่า ที่สามารถช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระจาก UV ได้



3. Pomegranate หรือ ทับทิมสเปน ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวที่เข้ม



4. Natural B3 จากมะละกอสุก อายุ 5 เดือน สามารถช่วยยับยั้งการขนส่งเมลานินเข้าสู่ผิวชั้นบน



5. Aronia Berry หรืออโรเนีย เบอร์รี่ สามารถช่วยเพิ่มการนำส่งวิตามิน สารสกัดเข้าสู่ชั้นผิว และออกฤทธิ์แรงกว่าเบอร์รี่อื่นๆถึง 30 เท่า นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการสร้าง Nitric Oxide ช่วยขยายหลอดเลือดฝอยเพื่อการนำส่งอาหารผิว วิตามินและสารสกัดได้ดียิ่งขึ้น



 ดูแลตัวเองให้ดี ห่างไกลฝ้าอย่างยั่งยืน

              การดูแลตัวเองที่ดีที่สุด คือการดูแลตัวเองก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะเกิดขึ้น ดังนั้นแล้ว เรามาดูวิธีง่ายๆในการดูแลตัวเองให้ห่างไกลฝ้ากันค่ะ

  1. ทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจากรังสี UV เพื่อลดโอกาสการเกิดเมลานิน หรือเม็ดสีเข้มบนผิว
  2. ไม่ใช้เครื่องสำอางที่แรงเกินไป เลือกใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีสารสเตียรอยด์ที่กระตุ้นการสร้างเมลานิน
  3. ทำใจให้สบาย ลดความเครียดและความกังวลเพื่อสร้างสมดุลฮอร์โมนที่ดีในร่างกาย
  4. เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย พร้อมทั้งยับยั้งการสร้างเมลานินได้อีกด้วย

     

Reference งานวิจัยของสารสกัดและวิตามินกับการดูแลรอยดำฝังลึก
 1.Kokotkiewicz A, Jaremicz Z, Luczkiewicz M. Aronia plants: a review of traditional use, biological activities, and perspectives for modern medicine. J Med Food. 2010 Apr;13(2):255-69.


 
2.Ni Z, Mu Y, Gulati O. Treatment of melasma with Pycnogenol. Phytother Res. 2002 Sep;16(6):567-71. doi: 10.1002/ptr.1085. 

 
3.Sun S, Jiang P, Su W, et al. Wild chrysanthemum extract prevents UVB radiation-induced acute cell death and photoaging. Cytotechnology. 2016;68(2):229-240.

 
4.Afaq F, Zaid MA, Khan N, Dreher M, Mukhtar H. Protective effect of pomegranate-derived products on UVB-mediated damage in human reconstituted skin. Exp Dermatol. 2009;18(6):553-561. 

 
5.Li Z, Henning S, Yang J, Heber D. POMEGRANATE JUICE AND EXTRACT PROVIDE PHOTOPROTECTION AGAINST UV-INDUCED ERYTHEMA AND CHANGES THE SKIN MICROBIOME. Innov Aging. 2018;2(Suppl 1):348. Published 2018 Nov 11.